個人檔案PORAPORA相片部落格清單更多 工具 說明

Windows Media Player

sathawarawong porawan

清單

PORAPORA

6月26日

Anubaan Chonburi Reunion

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา มีงานคืนสู่เหย้าที่อนุบาลชลบุรี  ที่ๆเราจบประถมกันเมื่อสิบสามปีก่อน
พวกเราก็มีเวลาแค่หนึ่งอาทิตย์ก่อนวันงานในการโทรตามเพื่อน  คิดๆดู ตั้ง สิบสามปีแล้ว ที่ไม่ได้เจอกัน
ไอ้ที่ติดต่อกันอยู่ ก็มีอยู่ไม่กี่คน คิดๆแล้วก็รู้สึกว่าพวกเรานี่ก็แก่แล้วนะเนี่ย
 
สรุปแล้วโต๊ะพวกเราก็มีอยู่แค่ บัว ออ โอ้ เอ้ ฟ้า แล้วก็เรา โดยที่โต๊ะพวกเราอยู่ตรงกลาง ท่ามกลางเด็กๆ
(คือ รอบๆโต๊ะเนี่ย มีแต่เด็กๆจริงๆ ประมาณเด็กประถมได้เลย  พวกเรานี่ดูแกไปเรย)
 
เนื่องจากพื้นที่จัดงานกว้างมาก แล้วคนก็นั่งกันกระจัดกระจาย พวกเราก็เลยไม่รู้ว่ามีเพื่อนๆคนอื่นมากันอีกรึเปล่าในตอนแรก
(ได้แต่หวังว่ามันจะมากันเยอะๆ)  แต่ก็พยายามเดินหาเพื่อนแล้วก็คุณครูที่พวกเรารู้จัก
 
ในที่สุดก็เจอเพื่อนเราอีกโต๊ะนึง  มีพวกฝน เติ้ล กิฟท์ ทราย บุ๊ค แล้วก็โบว์  โอ้โห  ทุกคนสวยขึ้นกันหมดเลยนะเนี่ย
รู้สึกนานมากๆๆๆ ที่ไม่ได้เจอเพื่อนๆ ดีใจมากๆเลย
 
สรุปแล้วงานนี้ มีรุ่นพวกเราแค่สองโต๊ะเท่านั้น แถมเป็นผู้หญิงทั้งหมด  (เอ ผู้ขายนี่ ไม่รักโรงเรียน แล้วก็ไม่คิดถึงเพื่อนกันบ้างรึไงนะ)  ถ้าเป็นไปได้ ก็อยากให้มากันมากกว่านี้นะ  มีอีกหลายคนที่ไม่เคยได้เจอ แล้วก็อยากจะเจอ  คงต้องรอครั้งหน้าแล้วละ (จะอีกนานแค่ไหนก็ไม่รุ้)    แต่ก็ยังดีที่ได้เจอคุณครูบ้าง ถึงแม้จะไม่ทั้งหมด น่าเสียดาย ที่ครูหลายคนเกษียณอายุไปแล้ว บางคนก็ย้ายไปสอนที่อื่น  แต่ก็ดีใจ ที่ครูหลายๆคนยังจำพวกเราได้
 
ท้ายที่สุดก็ขอบใจเพื่อนๆทุกคนที่มาเจอกัน ถึงจะมากันไม่เยอะ แต่ก็เรียนว่าโอเคนะ  ถ้าเทียบกับรุ่นอื่นๆใกล้เคียง
ขอบคุณคุณครูที่ยังจำพวกเราได้
แล้วก็ถ้าเป็นไปได้ อยากให้มีงานอีกครั้งแล้วก็หวังว่าจะได้เจอเพื่อนๆคนอื่นๆ ที่ยังไม่ได้เจอะเจอกันเป็นเวลาหลายปีนะ
5月4日

Huangshan Mountain

เมื่อตอนสงกรานต์ที่ผ่านมา ไปเที่ยวภูเขาหวงซานกับที่บ้านมา ตอนแรก ทั้งบ้านไม่มีใครอยากไปเล้ย ไอ้ประเทศจีนเนี่ย
นอกจากคุณพ่อ ซึ่งเป็นคนที่อยากไปมากๆ จริงๆ คนอื่นๆในบ้านเนี่ย อยากไปญี่ปุ่น แต่อย่างว่านะ คนออกเงินเค้าอยากไปหวงซานหนิ ก็ต้องตามใจเค้าสิ ทำไงด้
 
สรุปว่า โปรแกรมเที่ยวสงกรานต์คราวนี้ เราก็ไปหวงซานกัน 11-17 เมษา ตามโปรแกรม ก็จะบินไปลงที่เซี่ยงไฮ้ แล้วค่อยนั่งรถไปที่หวงซาน ขึ้นกระเช้าไปบนเขา  ค้างบนเขาสองคืน  แล้วก็กลับมาเซี่ยงไฮ้อีกที  ลูกทัวร์มีทั้งหมด 23 คน ไกด์คนไทยหนึ่ง ไกด์คนจีนหนึ่ง แล้วก็พอขึ้นไปบนหวงซาน ก็มีไกด์ท้องถิ่นอีกหนึ่งคน
 
วันแรกไปถึงหางโจวก่อน  ฝนตกพรำๆ ไปดูเจดีย์นางพญางูขาว แล้วก็วิวของหาวโจววันที่ฝนตก อืมมม   ให้บรรยากาศไปอีกแบบแฮะ   เสร็จแล้วก็ไปนั่งรถไฟหัวกระสุน ซึ่งเป็นรถไฟที่เร็วที่สุดในโลกตอนนั้ ความเร็วก็ 450 กม. ต่อชม.  สร้างจากเซี่ยงไฮ้ไปหวงซาน แต่ขอโทษนะคะ ตอนนี้ยังสร้างไม่เสร็จ ก็เลยยังไปไม่ถึงหวงซานซะนี่  แต่ก็เร็วจริงๆ แหละ
 
วันที่สอง นั่งกระเช้าขึ้นภูเขา  น่ารำคาญคนจีนจริงๆ  แซงคิว แล้วก็พยายามเบียดตลอดเวลา  ประมาณว่า ถ้าจะอยู่ให้รอดในจีนนี่ คงต้องต่อสู้แย่งชิงกับคนจีน ประมาณว่าใครดีใครได้ ไม่งั้น วันทั้งวันนี่ ไม่ได้ไปไหน ขนาดเค้าทำราวเหล็กกั้นไว้ให้เดินตามแถว คนจีนก็ยังอุตส่าห์ปีข้ามไอ้รั้วเหล็กนั่นอีก จนไกด์เราต้องคอยตะโกนว่า ทำไมถึงแซงล่ะ อะไรประมาณนี้
 
ขึ้นไปถึงข้างบน หมอกลงจัดมากๆ เห็นวิวทิวทัศน์รางๆ  ก็ให้ความรู้สึกไปอีกแบบนึง วันที่ไปถึงนี่ อุณหภูมิ รู้สึกประมาณ 8-10 องศา  แต่เค้าบอกว่าวันรุ่งขึ้นจะหนาวกว่านี้ อาจจะห้าองศาจนถึงติดลบ   โรงแรมที่ไปอยู่ ชื่อ Beihai Hotel ก็ใข้ได้ทีเดียว อาหารก็ใช้ได้  น่าแปลกใจที่มีฝรั่งมาเที่ยวที่นี่เยอะพอสมควร ดูๆแล้ว น่าจะเป็นคนอเมริกันกับยุโรป   วันแรกเค้าพาเราไปเดินทางด้านทิศตะวันออก เสียดาย หมอกยังหนา ฝนตกพรำๆ นิดๆ  คือประมาณมีละอองไอน้ำตลอดเวลา  เดินๆไปจะเห็นนักท่องเที่ยวใส่เสื้อกันฝนกันเยอะเหมือนกัน  
 
ต้องขอชมว่า ที่หวงซานนะ เค้าทำไว้ดีมากเลย  คือเค้าจะเอาหินมาปูเป็นทางเดิน แล้วก็บันไดไปตลอดทั้งเขาเลย  เราอยากไปขมจุดชมวิวที่ไหน ก็เดินไปได้ไม่ยาก  อาจจะขึ้นบันไดเหนื่อยหน่อย แต่ไม่ชัน  แล้วทางเดินตลอดทาง ก็สะอาดมากๆ  เค้าทำที่ทิ้งขยะเอาไว้ทุกจุด แล้วก็จะมีพนักงานเดินเก็บขยะไปทิ้งตลอดทั้งวัน  สะอาดจริงๆ  ทำดีมากๆ
 
วันแรกไปดูทางด้านตะวันออก กับวันที่สอง ที่ไปดูภูเขาด้านตะวันตก สรุปว่าหมอกลงทั้งสองวัน มองทิวทัศน์อะไรไม่ค่อยเห็น  แต่ก็จะเห็นรางๆ เป็นหมอกรอบตัว  บรรยากาศยังกับอยู่บนสวรรค์ยังไงยังงั้น  ให้ความรู้สึกทึ่งดี
 
ลืมบอกไป ว่า ที่หวงซานนี่แหละ ที่เค้าใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง Flying Tiger Hidden Dragon กัน ตรงส่วนล่างของภูเขาก่อนที่จะขึ้นไปถึงยอด จะมีต้นไผ่สูงๆขึ้นอยู่เต็มไปหมด  เหมือนในหนังนั่นแหละ  แต่พอขึ้นไปข้างบน  ป่าไผ่ จะเปลี่ยนเป็นป่าสนแทน   สนที่นั่นสวยมากๆเลย  เห็นไกด์เค้าบอกว่า สนที่นี่จะเป็นพันธุ์ที่ขึ้นตามที่สูงมากๆเท่านั้น  เพราะฉะนั้น อย่างบ้านเราที่สูงไม่พอ ก็จะปลูกไม่ได้
 
อากาศข้างบนเขานี่ เปลี่ยนแปลงง่ายมากๆ  อย่างเช้าวันที่สองที่เราไปเดินป่าตะวันตก ตอนแรก อากาสก็ดี ฟ้าใสอยู่หรอก แต่พอเดินๆไปซักพัก เอาแล้ว เหมือนฝนจะตก  เริ่มครึ้มๆ แล้วหมอกก็ลงอีกครั้ง สรุปว่า สองวันหมอกลงทั้งคู่   แต่ก็ดีใจ ที่ได้บรรยากาศไปอีกแบบ  (อยากรู้ว่าบรรยากาศยังไง ดูรุปเอาแล้วกัน)   เห็นไกด์เค้าบอกว่า ที่หวงซานนี่  ปีนึ่ง มีแค่ร้อยกว่าวันเอง ที่อากาศดี ฝนไม่ตก  แต่ว่าถ้ามาเที่ยวช่วงอื่น อย่างตอนหน้าหนาว มีหิมะ ก็น่าจะสวยไปอีกแบบ
 
แถวหน้าผาตะวันตก เวลาเดินเนี่ย ต้องเดินริมหน้าผาไปเรื่อยๆ ขอชมอีกครั้ง ว่าคนจีนเก่งมาก  ทำบันไดชิดริมหน้าผาไปทั้งเขา  เก่งจริงๆ ทำได้ไงไม่รู้   จะว่าทางก็ไม่ลำบาก  แต่ถ้าเป็นคนมีอายุมาเดินก็ไม่ไหวเหมือนกัน  เพราะฉะนั้น ใครจะมาเที่ยว แนะนำว่า ควรจะมาตอนที่ยังมีแรงเดินอยู่ ไม่งั้นก็จะพลากโอกาสเห็นของสวยๆงามๆไป เพราะเดินไม่ไหว ต้องรออยู่ที่โรงแรม
 
วันสุดท้ายก่อนลงเขา  วันนี้อากาศดีมาก  เรากับพ่อก็เลยปีนขึ้นเขาไปกันอีกรอก  ก็ไปทางเดิมกับที่เดินไปวันแรกนั่นแหละ  แต่วันนี้อากาศปลอดโปร่ง ก็เลยเห็นทิวทัศน์ชัดเจน เห็นเป็นหมอกลอยอยู่รอบๆเขาเต็มไปหมด สวยมากกกกก
เห็นพวกมือกล้องหอบอุปกรณ์กล้อง (อย่างโปร) มาตั้งกล้องถ่ายวิวกันใหญ่เลย 
 
สรุปว่าทริปคราวนี้ก็ประทับใจนะ  สวยกว่าที่คิดไว้มากๆ  เหมือนอยู่บนสวรรค์เลย  อยากแนะนำให้ลองไปกันดู  แต่ต้องเลือกโปรแกรมที่ค้างบนเขาสองคืนนะ ถึงจะดูได้ทั่ว  จริงๆวันที่ไปก็เจอคนไทยหลายกรุ๊ปอยู่เหมือนกัน  บางกรุ๊ปอยู่แค่คืนเดียว เค้าก็บ่นใหญ่เลย ว่าเสียดายมาก เพราะดูไม่ทันไรก็ลงเขาไปแล้ว 
 
หลังจากไปหวงซานมาแล้ว มาคิดตามที่คนจีนเค้าพูดไว้ว่า ดูหวงซานหรือภูเหลืองมาแล้ว ไม่อยากดูเขาอื่นอีก  ก็รู้สึกว่าไม่ได้เป็นการพูดเกินจริงเลย 
 
 
第 1 張 / 共 54 張
尚未新增任何項目。